พระราชบัญญัติคุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคล พ.ศ. 2562 เป็นกฎหมายที่ตราขึ้นเพื่อเป็นกลไกการให้ความคุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคลที่เป็นมาตรฐานเดียวกันและสอดคล้องกับมาตรฐานที่เป็นสากล ซึ่งกฎหมายดังกล่าวมีหลักการที่กำหนดหน้าที่หลายประการอันอาจส่งผลกระทบต่อผู้ควบคุมข้อมูลส่วนบุคคลและผู้ประมวลผลข้อมูลส่วนบุคคล เช่น การประมวลผลข้อมูลส่วนบุคคลเท่าที่จำเป็นและมีฐานทางกฎหมายร้องรับ การจัดทำบันทึกกิจกรรมประมวลผลข้อมูลส่วนบุคคล การกำหนดกระบวนการรองรับสิทธิของเจ้าของข้อมูลส่วนบุคคล การให้สิทธิตรวจสอบ แก้ไข ลบแก่เจ้าของข้อมูล การจัดให้มีมาตรการรักษาความมั่นคงปลอดภัยที่เหมาะสม การดำเนินการเพื่อป้องกันมิให้ผู้นั้นใช้หรือเปิดเผยข้อมูลส่วนบุคคลโดยปราศจากอำนาจหรือโดยมิชอบ การจัดให้มีระบบการตรวจสอบเพื่อดำเนินการลบหรือทำลายข้อมูลส่วนบุคคลเมื่อพ้นกำหนดระยะเวลาการเก็บรักษาและการแจ้งเหตุการละเมิดข้อมูลส่วนบุคคล การปฏิบัติตามกฎหมาย PDPA จึงเป็นความท้าทายอย่างยิ่งสำหรับองค์กรธุรกิจและผู้ปฏิบัติงานที่เกี่ยวข้อง เนื่องจากการฝ่าฝืนหรือไม่ปฏิบัติตามกฎหมาย อาจนำมาซึ่งบทลงโทษที่รุนแรง ทั้งโทษทางอาญา โทษปรับทางปกครอง และโทษทางแพ่ง
โดยในปัจจุบันสำนักงานคณะกรรมการคุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคล (สคส.) ได้ออกหลักเกณฑ์การประเมินความสอดคล้องด้านการคุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคล ของหน่วยงานทั้งภาครัฐและเอกชน เกณฑ์แบ่งออกเป็น 4 กลุ่ม รวมทั้งสิ้น 128 ข้อ ครอบคลุม 10 ด้าน แต่ละข้อจะระบุเกณฑ์การตรวจมาตรฐาน คู่กับตัวอย่างการดำเนินงาน/เอกสารหลักฐานที่ต้องจัดเตรียม โดยอ้างอิงมาตราต่าง ๆ ในพระราชบัญญัติคุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคล พ.ศ. 2562 และกฎหมายลำดับรองที่เกี่ยวข้อง เป้าหมายคือสร้างความเชื่อมั่น ยกระดับมาตรฐาน และเป็นแนวทางให้องค์กรขอรับการตรวจสอบและรับรองความสอดคล้องด้านการคุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคล ดังนั้น เพื่อเป็นการเตรียมความพร้อมและเสริมสร้างความรู้ความเข้าใจด้านกฎหมายคุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคล จึงได้จัดให้มีการอบรมหลักสูตรนี้ขึ้น โดยมุ่งเน้นการถ่ายทอดความรู้ตั้งแต่หลักการพื้นฐาน ขอบเขตการบังคับใช้ การจัดทำเอกสารทางกฎหมายที่เกี่ยวข้อง หน้าที่ของผู้ควบคุมข้อมูลส่วนบุคคลและผู้ประมวลผลข้อมูลส่วนบุคคลที่ต้องปฏิบัติตามกฎหมายและแนวปฏิบัติและหลักเกณฑ์การประเมินความสอดคล้องด้านการคุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคล 10 ด้านที่ สคส. ได้จัดทำขึ้นเพื่อสนับสนุนองค์กรและบุคคลที่ต้องการยกระดับมาตรฐานการคุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคล โดยใช้เป็นกรอบแนวทางในการวางแผนดำเนินงานและตรวจสอบความพร้อมขององค์กรเพื่อเตรียมขอรับการตรวจสอบและรับรองความสอดคล้องจาก สคส. ตลอดจนเป็นการยืนยันว่าองค์กรมีระบบการบริหารจัดการที่ถูกต้องตามมาตรฐานการคุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคล